User Tools

Site Tools


Sidebar

ธรรมาธิปไตย

ธรรมาธิปไตย เป็นอย่างไร

ความหมายในทางพระพุทธศาสนา

ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ อยู่ป่าก็ดีฯลฯ คิดว่า (ด้วยการบวชนี้) ลางทีความทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้จะพึงปรากฏได้ (สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม) พระธรรมอันพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าตรัสดีแล้ว (สนฺทิฏ€ิโก) อันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง (อกาลิโก) ไม่ประกอบด้วยกาล (เอหิปสฺสิโก) ควรเรียกให้มาดู (โอปนยิโก) ควรน้อมเข้ามา (ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ) อันวิญญูพึงรู้เฉพาะตน เพื่อนสพรหมจารีผู้รู้ผู้เห็น (พระธรรมนั้น) อยู่ก็มี ก็แลเราบวชในพระ- ธรรมวินัยนี้อันเป็นสวากขาตะอย่างนี้แล้ว จะมาเกียจคร้านประมาทเสีย นั่นไม่ สมควรแก่เราเลย ภิกษุนั้นจึงตกลงใจอย่างนี้ว่า ความเพียร เราต้องทำ ไม่ย่อหย่อน สติต้องตั้งมั่นไม่ฟั่นเฟือน กายต้องระงับไม่กระสับกระส่าย จิต ต้องเป็นสมาธิแน่วแน่ ดังนี้ เธอทำธรรมนั่นแลให้เป็นอธิปไตย ละอกุศล บำเพ็ญกุศล ละธรรมที่มีโทษ บำเพ็ญธรรมที่ไม่มีโทษ บริหารตนให้ หมดจดได้ นี่ ภิกษุทั้งหลาย เราเรียกว่า ธรรมาธิปไตย. —

อธิปไตยสูตร

เล่ม 34 หน้า 186 บรรทัด 9

พระไตรปิฎก และอรรถกถาแปล ชุด91 เล่ม มมร. ฉบับ พ.ศ.2525

พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสเกี่ยวกับหลักการปกครอง คืออธิปไตยไว้ ๓ ประการด้วยกันคือ อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย และธัมมาธิปไตย ซึ่งการวางหลักการปกครองนี้เอาไว้ เพื่อให้ยึดเป็นหลักการปกครองตนเองและสังคม อันก่อให้เกิดประโยชน์สุข

หลักการปกครองในพระไตรปิฎก

อธิปไตย ๓

๑. อัตตาธิปไตย มีตนเป็นใหญ่ หมายถึง ตนเองต้องมีความเป็นใหญ่ในตนเอง มีสติมีความเพียรพยายาม ในการละอกุศล บำเพ็ญกุศล ละธรรมที่เป็นโทษ บำเพ็ญธรรมที่เป็นประโยชน์ บริหารตนให้บริสุทธิ์จากกิเลสทั้งหลา

๒.โลกาธิปไตย มีโลกเป็นใหญ่ หมายถึงโลกสันนิวาสที่หมู่สัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่ หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เรา ทำโลกหรือคนอื่นให้เป็นอธิปไตย ส่วนตัวเราเองละอกุศล บำเพ็ญกุศล ละธรรมที่เป็นโทษ บำเพ็ญธรรมที่เป็นประโยชน์ บริหารตนให้บริสุทธิ์จากกิเลสทั้งหลาย

๓. ธัมมาธิปไตย มีธรรมเป็นใหญ่ หมายถึงการให้ความเคารพในธรรม ถือธรรมเป็นใหญ่ในการบริหารตนเพื่อให้มีความเพียรที่ถูกต้อง ในการละอกุศล บำเพ็ญกุศล ละธรรมที่เป็นโทษ บำเพ็ญธรรมที่เป็นประโยชน์ บริหารตนให้บริสุทธิ์จากกิเลสทั้งหลาย

จักรวรรดิวัตร ๑๒

ในจักกวัตติสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค พระพุทธองค์ทรงแสดงถึงผู้ปกครองที่เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ต้องมีวัตร ๑๒ ข้อ

๑.ธรรมาธิปไตย เคารพมีความยุติธรรมเป็นหลัก

๒.รักษา คุ้มครองป้องกัน อันชอบด้วยธรรมแก่คนภายในคือ พระราชวงค์ให้อยู่เย็นเป็นสุข

๓.บำรุงกองทัพให้ดี เรียกว่าพลนิกาย

๔.ปฏิบัติต่อประเทศในเครือราชบรรณาการหรือจักรภพดี มีไมตรีจิต

๕.สงเคราะห์ข้าราชการพลเรือนดี

๖.ปฏิบัติต่อนักปราชญ์ พระสงฆ์ ครูอาจารย์ นักวิชาการและศิลปาชีพต่างๆด้วย เช่นการจัดหาทุนและอุปกรณ์ต่างๆให้

๗.บำรุงสุข บำบัดทุกข์แก่ชาวชนบทและชาวเมีอง

๘.บำรุงพระสงฆ์และบรรพชิตอื่นๆที่ทรงศีลธรรม

๙.อนุรักษ์สัตว์ป่าที่ควรสงวนในราชอาณาจักร

๑๐.ไม่ประพฤติผิดธรรม แก้ไขพระองค์เองดี

๑๑.ปันทรัพย์เฉลี่ยให้แก่ผู้ยากไร้ มิให้ขัดสนในแว่นแคว้น

๑๒.สมณพราหมณปรปุจฉา ปรึกษาสอบถามสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ไม่ประมาทมัวเมา ฟังความคิดเห็นของบัณฑิต ผู้เชี่ยวชาญก่อนการบริหารรัฐกิจ

หลักการจัดระเบียบสังคมในพระไตรปิฎก

พระไตรปิฎกได้บันทึกหลักธรรมเกี่ยวกับการจัดระเบียบสังคมมนุษย์ไว้ดังต่อไปนี้

พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งประชาธิปไตย พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติพระธรรมวินัยไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของสงฆ์ เช่นทรงสอนให้พระสงฆ์ปกครองกันแบบประชาธิปไตย ต้องมีการประชุมปรึกษากันในการประกอบกิจการร่วมกัน ทรงอนุมัติให้มีการ ออกเสียงเห็นด้วย ออกเสียงคัดค้าน กำหนดจำนวนองค์ประชุมที่จะให้การออกเสียงมีผลถูกต้อง อาจเปรียบเทียบได้ว่า พระวินัยคือรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ พระสงฆ์คือ สมาชิกสภาผู้แทน คุณสมบัติของสงฆ์ก็คือคุณสมบัติของสมาชิก อำนาจสงฆ์ คืออำนาจอธิปไตย

พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเสรีภาพ และความเสมอภาค เป็นศาสนาแห่งเสรีภาพ แต่เสรีภาพแห่งความคิดเห็นของบุคคล ต้องไม่สับสนกับความซื่อตรงต่อพระศาสดา เป็นศาสนาที่มีความเสมอภาค ทุกชนชั้น ทุกเชื้อชาติ ทุกเพศ ทุกวัยสามารถนับถือศาสนาพุทธได้ เป็นศาสนาที่มีความยุติธรรม พุทธศาสนามีหลักพุทธจริยธรรมสำหรับบุคคลแต่ละกลุ่ม พุทธศาสนามีหลักที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับชนชั้นปกครอง ได้ เช่น กษัตริย์ และ ข้าราชการหรือนักการเมือง

หลักพุทธจริยธรรมสำหรับกษัตริย์ พละ ๕ หรือ ขัตติยพละ ๕

ได้แก่กำลังของพระมหากษัตริย์ หรือกำลังที่ทำให้มีความพร้อมสำหรับความเป็นกษัตริย์ ๕ ประการ ดังแสดงในคัมภีร์ชาดกคือ

๑.พาหาพละ หรือ กายพละ กำลังแขนหรือกำลังกาย คือแข็งแรงสุขภาพดี สามารถในการใช้แขนใช้มือใช้อาวุธ มีอุปกรณ์พรั่งพร้อม

๒.โภคพละ กำลังโภคสมบัติ

๓.อมัจจพละ กำลังข้าราชการที่ปรึกษาและผู้บริหารที่สามารถ

๔.อภิชัจจพละ กำลังความมีชาติสูง ต้องด้วยความนิยมเชิดชูของมหาชนและได้รับการศึกษาอบรมมาดี

๕.ปัญญาพละ กำลังปัญญา ซึ่งเป็นข้อสำคัญที่สุด

ราชสังคหวัตถุ ๔

สังคหวัตถุของพระราชา, หลักการสงเคราะห์ประชาชนของนักปกครอง มี ๔ คือ

๑.สัสสเมธะ ฉลาดบำรุงธัญญาหาร

๒.ปุริสเมธะ ฉลาดบำรุงข้าราชการ

๓.สัมมาปาสะ ผูกผสานรวมใจประชา (ด้วยการส่งเสริมสัมมาอาชีพให้คนจนตั้งตัวได้)

๔.วาชไปยะ มีวาทะดูดดื่มใจ

หลักพุทธจริยธรรมสำหรับข้าราชการ หรือนักการเมือง อคติ ๔

ฐานะอันไม่พึงถึง, ทางความประพฤติที่ผิด,ความลำเอียง มี ๔ คือ

๑.ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะรัก

๒.โทสาคติ ลำเอียงเพราะชัง

๓.โมหาคติ ลำเอียงเพราะเขลา

๔. ภยาคติ ลำเอียงเพราะกลัว

สุจริต ๓

ประพฤติดี, ประพฤติชอบ, ประพฤติถูกต้องตามคลองธรรม มี ๓ คือ

๑.กายสุจริต ประพฤติชอบด้วยกาย

๒.วจีสุจริต ประพฤติชอบด้วยวาจา

๓.มโนสุจริต ประพฤติชอบด้วยใจ

(บทความโดย : วราลี ตั้งวินิต)

ธรรมาธิปไตย.txt · Last modified: 2014/05/14 23:06 by artanddesign