วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต


งานวิจัยกึ่งทดลองที่เก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน ผ่านการใช้รูปแบบการสอนด้วยห้องเรียนกลับด้านและการสอนแบบอิงงานปฏิบัติและ 2) เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อประสิทธิผลของการสอนทั้งสองรูปแบบ กลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่เรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาต่างประเทศจำนวน 19 คนที่ผู้วิจัยสอนในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2557-2558 เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการสอน 2) มาตรอิงเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับวัดทักษะการคิดขั้นสูงในแต่ละกิจกรรม 2) แบบสอบถามที่สร้างและปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญและ 3) รายงานสะท้อนคิดหลังเรียนของผู้เรียน การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณได้จากการเก็บคะแนนพัฒนาการในช่วงเวลาที่ต่างกันสองช่วง เพื่อนำมาเปรียบเทียบร้อยละของคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ที่เพิ่มขึ้นโดยกำหนดเกณฑ์คะแนนที่พึงประสงค์ไว้ที่ร้อยละ 50 และตั้งเป้าหมายว่าผู้เรียนอย่างน้อยร้อยละ 70 สามารถผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ได้และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากรายงานสะท้อนคิดของผู้เรียน

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณพบว่ารูปแบบการสอนด้วยห้องเรียนกลับด้านและการสอนแบบอิงงานปฏิบัติสามารถพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียนส่วนใหญ่ (73.68%) ได้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 50 หรือสูงกว่า ส่วนผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากรายงานสะท้อนคิดหลังเรียนพบว่าผู้เรียนเห็นว่าการสอนแบบอิงงานปฏิบัติช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ทักษะภาษาทักษะการคิดขั้นสูงและทักษะที่จำเป็นอื่นๆนอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้อภิปรายประเด็นที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนชาวไทยไว้ด้วยเช่นกัน

This quasi-experimental study with both quantitative and qualitative data aimed to develop students’ higher order thinking skills (HOTS) through the flipped classroom (TFC) and task-based teaching (TBT), and to explore their perceptions of the effectiveness of the selected approaches. Participants were 19 junior students learning French as a foreign language. Measurement tools are 1) Lesson plan 2) task-specific rubrics elaborated for each kind of HOTS activity; 2) questionnaires developed and revised in the light of experts’ comments; and 3) student Self-Reflection Reports. As quantitative data, learning growth scores were collected over two points of time and were compared using percent change. About 70% of the students were expected to reach a desired growth rate of 50%. The quantitative results revealed that TFC and TBT with repeated measures enabled to develop HOTS of 73.68% of the students (above 70% expected level) at or above a desired growth rate of 50%. The qualitative findings from the student Self-Reflection Report revealed that TBT helped them build language learning skills, HOTS, and other essential skills. Nevertheless, issues with Thai cultural aspects that affect student learning are discussed.



บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับผู้แต่ง #Soudaya Orprayoon