วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของสื่อวีดิทัศน์ในรายวิชาCHM 132 : ปฏิบัติการเคมีทั่วไปเรื่องก๊าซ 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเปรียบเทียบคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ ของนักศึกษาก่อนเรียนและหลังเรียนผ่านการใช้สื่อวีดิทัศน์เปรียบเทียบกับการสอนปกติ และ 3) เพื่อสำรวจความพึงพอใจของนักศึกษาภายหลังจากที่ได้เรียนรู้ผ่านสื่อวีดิทัศน์กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเป็นนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ในรายวิชา CHM132: ปฏิบัติการเคมีทั่วไป ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 60 คน ได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่สอนโดยการใช้สื่อวีดิทัศน์ จำนวน 30 คน และกลุ่มควบคุมที่สอนโดยวิธีการสอนปกติ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ สื่อวีดิทัศน์เรื่องก๊าซ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสื่อวีดิทัศน์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ ค่าดัชนีประสิทธิผล และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของสื่อวีดิทัศน์เรื่องก๊าซ เท่ากับ 91.00/96.332) ค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.91 32) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนโดยใช้สื่อวีดิทัศน์มีคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังเรียน เท่ากับ 5.93 และ 9.63 (คะแนนเต็ม 10) ตามลำดับ มีคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยเท่ากับ 3.70 และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ร้อยละ 90.91 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนด้วยวิธีการสอนปกติมีคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังเรียนเท่ากับ 5.63 และ 9.27 ตามลำดับ มีคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยเท่ากับ 3.63 และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ร้อยละ 83.30เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่านักศึกษาที่เรียนโดยการใช้สื่อวีดิทัศน์มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์สูงกว่านักศึกษาที่เรียนโดยใช้วิธีการสอนปกติ และ4 3) ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสื่อวีดิทัศน์เรื่องก๊าซอยู่ในระดับมากที่สุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19

The objectives of this research were 1) to find the effectiveness of the video media in the course CHM 132: General Chemistry laboratory under the topic of Gas 2) to study the learning achievement and compare the relative gain scores with the pretest and posttest between the group exposed to the developed learning media and the group traditionally learning from a lab teacher and 3) to find the student’s satisfaction after the use of video media. The samples in this study were the students from the School of Pharmacy that registered in the course CHM 132 during semester 1 of academic year 2015. The sample group of 60 students was purposively selected and divided into 2 smaller groups. The first 30 students were taught through the developed media and the other 30 were taught by a lab teacher. The research instruments were the video media on the topic of Gas, the multiple choice exercises, and the student satisfaction questionnaire on the media. The statistic data used in the experiment were percentage, mean, standard deviation, efficiency, effectiveness index and relative gain scores. It was found from the research that 1) the effectiveness of the media was 91.00/96.32  2) the effectiveness index was 0.91 3) the learning outcomes by the use of media from the pretest and posttest score were 5.93 and 9.63 (out of 10), respectively, with the average gain scores of 3.70 and the relative gain scores of 90.91%. The learning outcomes of the group taught by a lab teacher from the pretest and posttest scores were 5.63 and 9.27, respectively, with the average gain scores of 3.63 and the relative gain scores of 83.30 %. The comparison of the learning outcomes showed that the use of video media yielded higher posttest scores than those of pretest scores. The relative gain scores from the group exposed to the media were also higher than those from the group interacting with regular teaching and 4) the student’s satisfaction scores on the video media were in the highest level with the average of 4.19.



บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับผู้แต่ง #กมะริยะ ขันราม